ทหาร ป.ต.อ.การป้องกันภัยทางอากาศ

 

Soldier หลายคนคงจะส่งแล้วว่าทหาร ป.ต.อ. คืออะไรกัน ผมจะบอกเพื่อนทุกคนให้ได้ทราบกันนะครับ ป.ต.อ.ย่อมาจากปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานเป็นหน่วยงานที่อยู่ในกองทัพบกไทยของเรานี่เองครับ เป็นส่วนหนึ่งของเหล่าปืนใหญ่ในทหารบกกันครับ ทหารปืนใหญ่ในประเทศไทยเรานี้มีน้อยนิดครับ มีจำนวนแค่ 1 กองพลเองครับ ถ้าเทียบกับทหารอื่นๆ เป็นหน่วยงานที่ทำงานเพื่อประเทศชาติจริงๆ เป็นหน่วยงานที่จำเป็นอยู่มากในการป้องกันประเทศไทย เพื่อป้องกันการรุกล้มทางอากาศและภาคพื้นดิน ค่อยสนับสนุนแนวรบของทหารที่ลาดตระเวนหรือการเข้าตีโดยการเดินเท้าครับ เป็นหน่วยที่ขึ้นชื่อว่ามีพลังในการทำลายล้างที่มหาศาลมาก มีอาวุธที่ทรงอานุภาพที่ประจำการอยู่มากมาย วันนี้ขอหยิบหน่วยที่แยกมาจากเหล่าทหารปืนใหญ่ของกองทัพบกหน่อยนะครับ นั้นก็คือกองพันปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานครับ เป็นหน่วยงานที่มีความชำนาญในการป้องกันทางอากาศสูง สามารถยิงเครื่องบินตกได้ในระยะเวลาอันสั้นมากๆ ด้วยอาวุธที่มีพลังทำลายสูงมาก ได้แก่ L60/L70 Bofors M163 และอื่นๆ อีกมากมาย ทหารเหล่านี้จะมีการฝึกทุกปีเพื่อฝึกฝนให้กำลังพลทหารได้ทำการรบอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อนจะเกิดสงครามที่เราไม่คาดคิดเกิดขึ้น เตรียมรับมือกับทุกสถานการณ์ หน่วยทหารนี้ต้องอาศัยการคำนวณเป็นส่วนใหญ่ เพราะการที่จะใช้เครื่องมือให้แม่นได้ส่วนใหญ่ก็ต้องมาจากการคำนวณนี่แหละครับ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 ได้มีการสร้างและทดลองการพัฒนาผลิตรถยิงจรวดรุ่นใหม่เพื่อมาใช้ในกองทัพไทย มีชื่อว่า DTI – 2 เป็นรถเครื่องยิงจรวดขนาด 122 มิลลิเมตร มี 4 ลำ เป็นรถยิงจรวดที่ยิงได้ระยะไกลมาก ซึ่งมากถึง 160 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง เป็นเครื่องยิงจรวดที่ดีที่สุดของไทยในปัจจุบันนี้

ทหารม้าอากาศกับเครื่องบินคู่ใจ Blackhawk

Blackhawkหลายคนคงสงสัยว่าทหารม้าอากาศนั้นมีด้วยหรือในประเทศไทยของเรานี้ และอยู่หน่วยงานไหน กองทัพอะไร ผมจะบอกให้เพื่อนๆเข้าใจกันนะครับ ทหารม้าอากาศอยู่สังกัดของกองทัพบกไทยนี่แหละครับ แต่จะอยู่ในเหล่าของทหารม้า เพราะเหล่าของทหารม้าถือว่ามีมากเป็นอันดับสองรองจากเหล่าทหารราบ ปัจจุบันทหารม้ามีทั้งหมด 3 กองพล ซึ่งถือว่ามากเลยทีเดียว ทหารม้ามีแบ่งแยกออกมาหลายหน่วยด้วยกันได้แก่ ทหารม้าลาดตระเวน ทหารม้ารถถัง ทหารม้าสายพาน ทหารม้าและอื่นๆ อีกมาย วันนี้ผมขอหยิบหน่วยงานที่ถือว่าเป็นส่วยหนึ่งของทหารม้า นั้นก็คือทหารม้าอากาศ เป็นทหารม้าที่ใช้อากาศยาน หรือทหารที่ใช้เครื่องบินเป็นยานพาหนะกันนะครับ และเป็นกำลังรบหลักของหน่วยทหารม้าอากาศอีกด้วย แต่จะต่างจากทหารอากาศตรงที่ว่าไม่มีเครื่องบินรบ แต่จะใช้แค่เฮลิคอปเตอร์เท่านั้น หน้าที่ของทหารม้าอากาศในปัจจุบัน ก็จะมีหลายแบบมากเช่น การตรวจดูทัศนาจรภาคพื้นดินทางอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครไปปลูกบ้านหรือทำไร่ในสวนของเขตอุทยานต่างๆและตรวจความผิดปกติทางภาคพื้นดิน และยังเป็นยานพาหนะไว้รับส่งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ นายกรัฐมนตรี จนถึงพระมหากษัตริย์ ปัจจุบันกองทัพบกไทยได้นำเช้าเครื่องบินที่ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงอย่างมากมาจากประสหรัฐอเมริกานั้นก็คือ black hawk UH60 L โดยมีจำนวนทั้งหมด 7 ลำ เครื่องบินรุ่นนี้ได้เข้าประจำการในกองทัพไทยเมื่อปีพุทธศักราช 2545 เป็นเรื่องบินที่สามารถบรรทุกคนได้มากที่สุดในประเทศไทย มักใช้คู่กับการฝึกกลยุทธ์ทางการรบของหน่วยรบพิเศษ ที่ทำให้หน่วยรบพิเศษเข้ากระชับพื้นที่และเข้าโจมได้เร็วมากขึ้น ประกอบกับอาวุธที่ทรงอานุภาพอย่างเครื่องยิงจรวดที่ติดมากับเจ้า black hawk ก็ถือไม่แพ้ใครเหมือนกัน ถือว่าเป็นเครื่องบินทั่วไปที่ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจริงๆ

ความเป็นมาของทหารอากาศไทยกับf16

f16    ทหารไทยในปัจจุบันนี้มีแตกแยกเป็นหลายประเภทได้แก่ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศและยังมีแบ่งแยกเป็นหน่วยย่อยไปอีกมากมายวันนี้ผมจะหยิบเรื่องของทหารอากาศมาคุยกันนะครับ ทหารอากาศไทยนั้นเรียกได้ว่ามีกองกำลังอยู่หลากหลายพื้นที่ในประเทศไทยเป็นอย่างมาก จะมีกองบินย่อยๆอยู่ตามจังหวัดๆต่างๆ  ทหารอากาศเป็นที่รู้กันอยู่แล้วเป็นความถนัดในยุทธวิธีบนอากาศ ทำได้เป็นอย่างดีมากๆ เพราะการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงทำให้ทหารอากาศมีประสิทธิภาพในการโจมตีมากขึ้น เพื่อเอาไว้ป้องกันประเทศเพื่อไม่ให้ชาติได้มารุกรานหรือข่มขี่ เครื่องแต่งกายของทหารอากาศ จะเป็นเสื้อคอปกสีน้ำเงินแกรมดำหรือสีกรมท่า กางเกงขากระบอกสีเดียวกันเป็นชุดที่ใช้เข้าแถวในการเคารพธงชาติตอนเช้า ไม่เพียงแต่ชุดนี้เท่านั้นแต่จะมีชุดที่ใช้ออกปฏิบัติหน้าในการฝึกนั้นก็คือชุดลายพราง แต่ชุดลายพรางของทหารอากาศจะเป็นสีน้ำตาลกับน้ำเงินและขาว จะไม่เหมือนกับทหารเรือและทหารบก อาวุธประจำกายของทหารอากาศก็คือ m16a2 และปัจจุบันได้มีการนำเข้าอาวุธปืนจากอิสราเอล อาวุธที่ถือว่าทรงพลังที่สุดของทหารอากาศก็คือเครื่องบินยิงลูกระเบิด f16 เป็นเครื่องบินที่มีกำลังบินแรงสูงมากๆ เรียกได้ว่าเร็วเหนือเสียงเลยก็ได้ เป็นเครื่องบินที่นำมาจากกองทัพของสหรัฐอเมริกา ที่ถูกปลดประจำการจากกองทัพแล้ว และได้เข้ามาในประเทศไทย ทหารอากาศจึงต้องไปรับการอบรมจากทหารอเมริกาอยู่บ่อยครั้งเพื่อจะมาใช้งานเครื่องบินยิงจรวด f16 ได้อย่างคล่องแคล่วและบำรุงรักษาอาวุธให้อยู่กับกองทัพอากาศไทยไปนานๆ เครื่องบินยิงจรวด f 16 ไทยได้ใช้งานมากกว่า 30 ปีแล้ว และกำลังจะปลดเครื่องบินยิงจรวด f16 ออกจากกองทัพอากาศไทยในเร็วๆ นี้ เพราะการใช้งานที่เยอะพอสมควรอาจก่อเกิดความอันตรายให้แก่คนในกองทัพอากาศก็เป็นได้

ตำแหน่งของทหารชั้นสัญญาบัตรตามวาระการทำงาน

Field Marshalสวัสดีครับเพื่อนทหารที่รักทุกท่านวันนี้กระผมจะมาพูดถึงการเข้ารับราชการและวาระในการดำรงตำแหน่งหรือการดำรงยศในทหารชั้นสัญญาบัตรกันครับ ก่อนที่จะได้เป็นทหารสัญญาบัตรนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยทีเดียวครับ จะต้องมีความตั้งอกตั้งใจมาตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งมีการเริ่มสอบคัดเลือกเพื่อไปเป็นนักเรียนนายร้อยตั้งแต่ อายุ 14 ปี – ถึง17 ปี เมื่อสอบเข้าไปได้แล้วจะต้องเรียนโรงเรียมรามเหล่าอีก 2 ปี และไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยจุลจามเกล้า อีก 5 ปี และได้รับการพระทานยศร้อยตรี ให้ผู้ที่จบออกมา ถึงจะได้มาทำงานรับใช้ประเทศได้ หน้าที่ของยศร้อยตรีเมื่อเริ่มเข้าไปทำงานจะต้องเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกของหน่วยฝึกทหารใหม่เสียก่อนและต้องศึกษาแนวทางเอาไว้ให้ดีๆเพราะการรับทหารใหม่ในช่วงต่อไปจะต้องเป็นเราที่รับหน้าที่เป็นผู้ฝึกในหน่วยฝึกทหารใหม่เสียเอง หน้าที่นี้อาจจะทำต่อเนื่อง 2 – 3 ครั้งเลยทีเดียวแล้วแต่ผู้บังคับบัญชาขั้นสูง และจะได้เป็นรองผู้บังคับการกองร้อยๆ นั้นระดับยศตั้งแต่ร้อยตรี ถึง ร้อยโท และเมื่อก้าวขึ้นไปในระดับยศร้อยเอกแล้วก็จะไปทำหน้าที่เป็นผู้บังคับการกองร้อยนั้นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตำแหน่งยศ ระดับร้อยเอก และเมื่อผ่านไปอีกขั้นก็จะได้ไปดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองพันทหาร ระดับยศ ร้อยเอก ถึง พันตรี แล้วแต่ว่าที่นั้นๆ จะมีตำแหน่งลงรึเปล่า และจะดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 4 ปีถึงจะได้ย้ายไปทำงานที่กองพันอื่นที่มีตำแหน่งว่างและรับยศเป็นพันโทหรือผู้บัญชาการกองพันทหารนั้นเอง มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เมื่อครบแล้วจะได้ย้ายไปประจำอยู่ที่กรม และได้รับตำแหน่งเสนาธิการหรือผู้บัญชาการกรมในระดับยศพันเอก ต้องทำงานถึง 6 ปี และพอครบวาระกำหนดจะได้รับยศพลตรีและได้ไปประจำอยู่ที่กองพลต่างๆโดยมีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองพล เป็นเวลา 4 ปี จึงได้เลื่อนขั้นเป็นเจ้ากรมทหาร ในยศพลโทและตำแหน่งต่างๆถึงพลเอกและบางทีอาจจะได้เป็นผู้บัญชาการทหารบกก็เป็นได้

โรงเรียนรวมเหล่าทหารที่มีคุณภาพมากที่สุดในออสเตรเลีย

Soldierการที่เราจะเป็นข้าราชการทหารไทยได้นั้น จะได้มาด้วยความยากลำบากอย่างมาก ถ้าเราไม่มีความมุ่งมานะ บากบั่น คงจะมาถึงจุดนี้กันไม่ได้แน่ จะต้องผ่านการสอบคัดเลือกตั้งกี่ครั้งและจะต้องฝึกกันอีกกี่เดือนกี่ปีถึงจะผ่านไปได้บางคนเกิดอาการท้อกลางทางลาออกก็ไม่มี สละสิทธิ์ก็มี การที่จะไปต่อนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเหมือนกันเพราะคนรุ่นก่อนที่กว่าจะไปเป็นทหารได้ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมากมายกว่าการเป็นทหารในปัจจุบัน ขนาดคนอื่นเขายังผ่านไปได้แล้วตัวเราล่ะทำไมจะทำไม่ได้ ทำข้อสอบก็ต้องอ่านหนังสือแต่ก็ต้องฟิตร่างกายไปด้วยเรียกได้ว่าเหนื่อยเอาเรื่องเลยทีเดียวครับ เมื่อเราฝึกเสร็จก็ต้องไปรับใช้ราชการครับ แต่ก่อนอื่นจะมาทำการเลือกที่ลงก่อนครับ แต่ถ้าคะแนนไม่ดีก็จะไม่มีสิทธิ์เลือกที่ก่อนครับ เพราะคนที่คะแนนดีที่สุดจะได้มีสิทธิ์เลือกก่อน และลงพื้นที่ทำงานตามที่เราเลือกโดยในกองพันนั้นๆ จะมอบหมายหน้าที่ให้เราทำ และเมื่อทำงานได้เป็นระยะแล้วขอจะมีหนังสือแจ้งเรื่องเข้ามาเรื่องการฝึกเสือคาบดาบและโดดลมเราจะเลือกเรียนก็ได้หรือจะไม่เรียนก็ได้ และจะมีการสอบชิงทุนไปเรียนโรงเรียนทหารรวมเหล่า ที่ประเทศออสเตรเลีย พอเรียนแล้วกลับมายศอาจจะสูงและขั้นเงินเดือนก็อาจจะสูงตาม ถือว่าใครที่เรียนหลักสูตรที่โรงเรียนนี้จะเป็นทหารที่เก่งและมีคุณภาพมากครับ สามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนโรงเรียนทหารรวมเหล่าที่ออสเตรเลียกลับมาช่วยกองทัพบกไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่เราจะไปถึงจุดจุดนั้นได้จะต้องมีความมุ่งมานะและไม่มีภาระในประเทศไทย เพราะการไปเรียนที่นั้นต้องเรียนถึง 3 ปีกว่าจะจบ

ตำรวจน้ำความเป็นไปของน่านน้ำไทย

police11หลายคนคงยังไม่รู้ว่าในส่วนของข้าราชการตำรวจยังมีหน่วยงานอื่นๆนอกจากตำรวจที่อยู่ในสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความครับแต่ยังมีหน่วยแยกออกไปอีกมากมายได้แก่ ตำรวจ ตำรวจตะเวนชายเดน ตำรวจน้ำ ตำรวจสายการบินตำรวจรถไฟและตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งถือว่ามีความหลากหลายมากและแต่ล่ะหน่วยก็จะทำหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็มีหน้าที่เหมือนกันก็คือดูแลและปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมต่างๆ จนตลอดไปจนถึงอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ที่ใช้รถใช้ถนน ทำให้ลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อีกด้วย วันนี้ผมจะมาพูดถึงหน่วยตำรวจที่ทำงานอุทิศให้ประเทศไทยมากๆหน่วยหนึ่ง นั้นก็คือตำรวจน้ำ ซึ่งจะแตกต่างจากตำรวจทั่วๆ ไปมาก ก็ตรงที่ว่าใช้เรือเป็นยานพาหนะมีการตรวจการตามน่านน้ำต่างๆ จับกุมสิ่งผิดกฎหมายทุกอย่างที่อยู่ในเรือและรอบๆ ชายฝั่งน่านน้ำไทย เป็นหน่วยเฝ้าระวังในเรื่องของการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตรับรองในการเข้าประเทศไทย ปัญหาการปล้นเรือสิ้นค้า โจรสลัด มีการทำงานร่วมกับหน่วยของทหารเรือของประเทศไทย และยังมีหน้าที่ตรวจป้องกันไม่ให้ใครรุกล้ำน่านน้ำของประเทศอีกด้วย ตำรวจมีการฝึกที่โหดพอตัวอย่างมากฝึกเหมือนนาวิกโยธินของทหารเรือเลยแต่จะเป็นหลักสูตรที่เบากว่านิดหน่อยครับ การสอบเข้าไปก็จะเป็นแบบว่าโรงเรียนรวมเหล่าตำรวจและนายสิบตำรวจครับแต่จะแยกมาอีกทีก็ตอนที่ฝึกเสร็จ 6 เดือนและมาเรียนตามเหล่าที่เราได้เลือก 6 เดือนถึงจะจบการฝึกครับและไปทำงานเป็นข้าราชการตำรวจ มีการฝึกเสริมหลักสูตรเสือคาบดาบได้อีกด้วย รวมทั้งการฝึกหลักสูตรการโดดร่มได้อีกด้วย แต่จะไม่มีค่าหลักสูตรอย่างพวกหน่วยรบทหาร แต่จะมีเครื่องหมายหลักสูตรติดไว้ที่หน้าอกเสื้อทั้งสองข้าง สร้างเสริมบารมีให้กับเราแทน

หน่วยรบพิเศษความเข้มแข็งของของกองทัพ

soldier11       หน่วยทหารของประเทศไทยจัดได้ว่าเต็มไปด้วยความหลากหลายเป็นอย่างมาก ทหารในประเทศไทยมีมากถึง 2/3 ของประเทศ ซึ่งนับร่วมกับทหารอื่นๆทั้ง 3 เหล่าทัพ ทหารเป็นผู้ที่มีอำนาจมาก เป็นคนที่รับคำสั่งจากกษัตริย์โดยตรง เป็นคนเพียบพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก มีความเชียวชานในการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์เป็นอย่างสูงและการวางแผนการรบอย่างชาญฉลาด เป็นเหมือนรั้วของชาติที่คอยปกป้องและป้องกันมิให้ใครมารุกรานหรือข่มขี่คนในชาติ ทำให้บ้านเมืองสงบสุข วันนี้ผมจะมาพูดถึงเกี่ยวกับทหารบก ซึ่งมีทหารที่ประจำการอยู่มากกว่า 190000 นาย มีหน่วยทหารทั้งหมดคือ กองพลทหารราบ 9 กองพล กองพลทหารราบยานเกราะ 1 กองพล กองพลทหารม้า 3 กองพล กองพลรบพิเศษ 1 กองพล กองพลทหารปืนใหญ่ 1 กองพล ทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 1 กองพล กองพลทหารช่าง 1 กองพล ถือว่าทหารบกไทยเรามีจำผู้ที่เข้าประจำการมากกว่าทหารอากาศและทหารเรือมากเลยทีเดียว วันนี้ผมจึงหยิบเอาเรื่องราวของหน่วยทหารที่ขึ้นชื่อว่าเข้มแข็งที่สุดในกองทัพบกโดยที่ไม่รวมว่ามีรถถังหรือยานเกราะจะเป็นกำลังเดินเท้าและกำลังเสริมที่มาจากการขอกำลังเสริมจากหน่วยทหารสื่อสารเพื่อสนับสนุนการช่วยรบ นั้นก็คือหน่วยรบพิเศษ ถือว่าเป็นที่ฝึกนักรบที่โหดที่สุดในกองทัพบกเป็นการฝึกหนักเพื่อนำไปใช้ในโอกาสต่างๆ ผู้ก่อการร้าย หรือผู้ร้ายข้ามแดนที่มีความอันตรายสูง จัดเป็นหน่วยที่โจมตีทางเท้าที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่ตั้งของความโหดนี่อยู่ที่อำเภอป่าหวาย จังหวัดลพบุรี หรือที่คนไทยรู้จักกันนามของหมวกแดง หน่วยรบพิเศษได้เปิดฝึกหลักสูตรที่มีความโหดที่สุดในทหารบกนั้นก็คือเสือคาบดาว ซึ่งเรียนหลักสูตรนี้เปิดให้ทหารทั้ง 3 เหล่าทัพได้ฝึกกันอีกด้วย

สติงเรย์ เคี้ยวเล็บของทหารบกไทย

soldier11สวัสดีครับเพื่อนวันนี้ผมจะพามาดูเคี้ยวเล็บของกองทัพบกกันนะครับ กองทัพบกเป็นกองทัพที่ถือว่ามีมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมากกว่าทหารอากาศและทหารเรือเป็นอย่างมาก วันนี้ผมจะพามาดูหน่วยที่มีความสำคัญอย่างมากในกองทัพบกไทยของเราและมีกองพลทั้งหมด 3 กองพลด้วยกัน นั้นก็คือทหารม้าครับ คำว่าทหารม้าหลายคนก็คงนึกถึงม้าเป็นสัตว์กันใช่ไหมครับ แต่ไม่ใช่ซะทั้งหมดครับครับ ปัจจุบันมีทหารม้าอยู่ 1 กองพลที่ยังมีม้าตัวเป็นๆขี่กันนั้นก็คือกองบัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งทหารหน่อยนี้ใช้ในพิธีและโอกาสสำคัญต่างในการจัดรูปขบวนสวนสนามนั้นเองครับแต่ไม่ใช่ว่าจะมีแค่ม้านะครับ อีกทั้งยังมีรถถังยานเกราะอีกด้วยเป็นกำลังสนับสนุนของกองทัพไทยได้เป็นอย่างดีครับ กองบัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไทย กรุงเทพมหานคร ส่วนกองบัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 มีแต่ทหารม้าที่ใช่รถถังทั้งหมดและมีรถถังเข้าประจำการหลากหลายชนิดมากและทหารม้าก็แตกจะแตกแยกออกไปหลายหน่วยด้วยกันคือ ทหารลาดตระเวน ทหารม้ารถถัง ทหารม้ายานเกราะ ทหารม้าบรรทุกยานเกราะ ทหารม้าขี่ม้าและทหารม้าอากาศ ซึ่งแต่ล่ะหน่อยก็จะมีหน้าที่แตกต่างกันออกไป และกองบัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 ค่ายพ่อขุนผาเมือง อยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งกองบัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 นี้ได้ร่วมเอาหน่วยต่างๆ ไว้ในกองพลอย่างมากมายและที่ไม่ได้เป็นหน่วยของทหารม้าก็ได้รวมกันอยู่ในนั้น ที่นั้นมีรถถังที่ทรงอานุภาพเป็นอย่างมากสามารถเข้าโจรตีได้อย่างแม่นยำและฉับไวซึ่งเป็นรถถังที่ประจำการอยู่ในหน่วยกองพันทหารม้าที่ 26 เป็นรถถังที่นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเป็นรถถังที่ปลดประจำการออกมาจากกองทัพสหรัฐอเมริกานั้นเอง มีชื่อว่าสติงเรย์ 32 หรือที่หน่อยทหารเรียกกันว่า คอมมานโด สติงเรย์ 32

ทหารสื่อสารแห่งราชอาณาจักรไทย

military communicationsได้ขึ้นชื่อเป็นทหารสื่อสารแล้วหลายคนจะนึกภาพออกเป็นเหมือนหน่วยสนับสนุนทางด้านเครื่องมือการสื่อสาร เช่นวิทยุสนาม โดยจะมีจุดรับสัญญาณหรือที่เรียกว่าสถานีอยู่ในกองพันทั่วประเทศอีกด้วย ทหารหน่วยสื่อสารเป็นหน่วยที่ขาดไม่ได้ในกองทัพไทย ถ้ายามออกศึกเปรียบเสมือนเป็นกำลังสนับสนุนของการรบภาคพื้นดินเป็นอย่างดี เป็นการขอกำลังสนับสนุนทางบกหรือทางอากาศก็ได้ ทหารสื่อสารถูกก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปีพุทธศักราช 2470 โดยได้มีการตั้งกองทหารใหม่ หน้าที่หลักๆ ของทหารสื่อสารในปัจจุบันนั้นก็คือ จัดการทำสถานีวิทยุกระจายเสียง เพื่อให้ข่าวสารทางด้านทหารและสาระความรู้ความบันเทิงให้กับประชาชนทั่วไป การดูแลและรักษาบำรุงเครื่องมือและอุปกรณ์สื่อสารที่หน่วยได้มีเอาไว้ประจำการ บำรุงยุทโธปกรณ์ให้ยังคงใช้ได้ตามสถานการณ์จริง เช่น ปืนยาว ปืนพก และปืนกลหนัก ร่วมออกฝึกกับทหารหน่วยงานอื่นเพื่อเตรียมความพร้อมรบให้คนในหน่วยพร้อมอยู่เสมอ จะมีการถึงย่อยในช่วงประมาณกลางเดือนมีนาคมและฝึกย่อยครั้งที่ 2 ในเดือนมิถุนายนและจะทำการฝึกใหญ่ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี การฝึกของทหารหน่วยสื่อสารนั้นจะเป็นการเดินเท้ามากกว่าขึ้นจะเป็นการสนับสนุนการโจมตีของทหารม้ายานเกาะ เป็นการเข้าตีแบบขอเรียกกำลังสนับสนุนได้ตลอดเวลาเพราะทหารสื่อสารต้องแบกเครื่องมือสื่อสารอย่างวิทยุสื่อสารไปกับตัวด้วยจึงทำให้ติดต่อเรียกกำลังเสริมได้ไม่จำกัด ทหารสื่อสารไม่ได้ต่างจากทหารอื่นๆ เลยก็ตรงที่ต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนยามเดือนร้อน อุทกภัย ช่วยบำรุงซ่อมแซมวัดและสถานที่สำคัญอื่นๆ อยู่ในค่ายทหารใช่ว่าจะมีเวลาว่างสบายต้องปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในค่ายไปอีกด้วย เช่นตัดหญ้า ตัดต้นไม้ ตกแต่งสวน ลอกคลอง ทหารไม่ใช่เพียงแค่รั้วของชาติแต่เป็นเหมือนคนที่คอยช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเสมอ ปัจจุบันกองพันทหารสื่อสารมีอยู่ทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีหน่วยงานอยู่

ทหารปืนใหญ่แห่งสยามประเทศ

Bombardier      หลายคนคงสงสัยว่าทหารปืนใหญ่มีด้วยหลอในประเทศไทยของเรา มีมานานมากแล้วครับตั้งแต่ก่อตั้งทหารใหม่ๆ ในอดีตปืนใหญ่ถือเป็นอาวุธที่สำคัญมากของประเทศไทย เป็นอาวุธที่สามารถข่มขวัญและทำลายล้างได้ดีมากๆถือเป็นอาวุธที่ทรงอนุภาพมากเลยทีเดียว หลายคนเคยบอกว่ายุคสมัยนี้มีทหารอากาศก็สามารถทำการรบได้อย่างเต็มกำลังแล้วทหารปืนใหญ่คงไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก แต่หารู้ไม่ว่าเครื่องบินของทหารอากาศนั้นมีขีดจำกัดในเรื่องของสภาพอากาศถ้าสภาพอากาศไม่ดีก็บินขึ้นไปไม่ได้ เพราะถ้าเอาขึ้นไปแล้วอาจจะเสี่ยงต่อการตกของเครื่องบินได้ แต่ถ้าเป็นปืนใหญ่สามารถจะยิงได้ในทุกสภาพอากาศเรียกได้ว่ายิงเวลาไหนก็ยิงได้และยังสามารถเสริมกลยุทธ์ให้กับรบภาคพื้นดินกับทหารม้าและทหารราบได้อีกด้วย ซึ่งถือช่วยทหารหน่วยอื่นในการรบอีกด้วย ปัจจุบันทหารปืนใหญ่มีอยู่มากมายหลายกองพันมากๆรวมกันแล้วได้ 1 กองพลและยังได้เพิ่มกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานขึ้นอีก 1 กองพลด้วย เรียกได้ว่าเป็นกองพลที่สำคัญต่อกองบัญชากองทัพไทยเป็นอย่างมากๆ ในช่วงที่ไม่มีสงครามทหารจะต้องบำรุงรักษายุทโธปกรณ์ให้ใช้งานจริงได้อยู่เสมอโดยจะมีการฝึกเล็กและการฝึกใหญ่ปีล่ะครั้ง หลายคนคงแปลกใจว่าถ้าแต่ล่ะหน่วยที่ไกลกันจะไปขนยุทโธปกรณ์ฝึกด้วยกันหลอ ทหารเวลาเขาฝึกกันเขาจะฝึกเฉพาะกองพันหรือหน่วยที่มีในกองพลเท่านั้นครับจะได้ไม่ลำบากและยุ่งยากในการจัดกำลังพลออกฝึกครับ ใครที่ไม่เคยยิงปืนและไปอยู่ในรถหรือปืนใหญ่ก็สามารถไปทำได้ครับ คนที่คัดเลือกทหารและครับผมยังอยู่ในรถถังกับยืนข้างปืนใหญ่แล้วเลยครับ

« Older posts